วันผู้สูงอายุแล้ว ถึงเวลาพาผู้ใหญ่ ไปตรวจกับเครื่องตรวจมวลกระดูกที่ทุกโรงพยาบาลต้องมีกันเถอะ

แม้โรคกระดูกพรุน (Osteoprorosis) คือโรคที่มีโอกาสเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่ผู้สูงอายุคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด และนั่นอาจไม่ใช่ความบังเอิญที่วันผู้สูงอายุและวันกระดูกพรุนโลกถูกจัดขึ้นในเดือนเดียวกัน เพราะโรคนี้จะค่อยๆคืบคลานมาหาแบบเงียบๆ ไม่ได้ให้สัญญาณอะไร หากไม่ไปตรวจกับเครื่องตรวจมวลกระดูกก่อน รู้ตัวอีกทีอาจกลายเป็นปัญหาหลักในการดำรงชีวิตไปแล้ว
โรคกระดูกพรุนเกิดขึ้นได้อย่างไร จริงๆแล้วมีหลายสาเหตุที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน ได้แก่ กรรมพันธุ์ การกินอยู่หรือการใช้ชีวิต เพศซึ่งเพศหญิงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชายเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง อายุที่เพิ่มขึ้นซึ่งตามมาด้วยความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมและวิตามินดีที่ลดลง มวลกระดูกและกล้ามเนื้อก็ลดลงไปตามเวลา การรู้เท่าทันเพื่อป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไปหรือผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว
การไปตรวจมวลกระดูกจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ
เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ณ เวลานี้ มวลกระดูกของเราเริ่มลดไปบ้างแล้วหรือยัง การเข้าเครื่องตรวจมวลกระดูกจึงเป็นวิธีเดียวที่ทำให้เราได้รู้ก่อนว่า ความหนาแน่นของกระดูกเราเป็นอย่างไรบ้าง และมีสภาวะที่เสี่ยงต่อการเป็นกระดูกพรุนบ้างหรือไม่
กระดูกพรุนสามารถก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตมากมาย เพราะเมื่อกระดูกบางขึ้นก็มีโอกาสแตกร้าวไปจนถึงหักได้ง่ายเพียงแค่เจอแรงกระแทกหรือการก้าวเดินที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัว มีความลำบากในการใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้น อาจต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่เสมอ และอาจนำมาซึ่งความกังวลกับความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิต เกิดเป็นปัญหาทางอารมณ์เพิ่มไปอีก ทั้งการรักษาให้กลับมาฟื้นฟูได้ดังเดิมก็เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นการตรวจหาสภาวะกระดูกพรุน จึงเป็นการหาทางป้องกันและวางแผนการรักษาไว้ก่อน
แทบจะเรียกได้ว่าเครื่องตรวจมวลกระดูกได้กลายมาเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ที่จำเป็นไปแล้ว แล้วมันทำงานอย่างไรหล่ะ
การทำงานและการรายงานผลของเครื่องตรวจมวลกระดูก
เครื่องตรวจมวลกระดูก (Bone Densitometer) หรือเครื่อง DMS จะยิงรังสีเอกซ์พลังงานต่ำเพื่อวัดความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งมีกระบวนการทำงานคร่าวๆดังนี้
โดยกระบวนการตรวจทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ซึ่งบริเวณที่นิยมตรวจที่สุดคือกระดูกแขนส่วนปลาย กระดูกสันหลังส่วนเอว และกระดูกสะโพก ซึ่งมีโอกาสแตกหักมากที่สุด
เด็กก็สามารถวัดด้วยเครื่องตรวจมวลกระดูกได้นะ เพราะในทางการแพทย์ด้านกุมารเวชนั้น เป็นการตรวจเพื่อทราบอายุของกระดูกนั่นเอง
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มเติม เพราะเครื่องตรวจมวลกระดูกที่ดี ทำได้มากกว่าที่คุณคิด
การวัดความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่องตรวจมวลกระดูก ถือเป็นการตรวจขั้นพื้นฐานที่ถูกต้องตามมาตรฐานการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนขององค์การอนามัยโลก (WHO) แต่เชื่อไหมว่าเครื่องตรวจมวลกระดูกบางเครื่อง สามารถตรวจระบบเมตาบอลิซึม ตรวจมวลกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกินในช่องท้องได้ เพราะปัจจัยเหล่านี้ก็ล้วนส่งผลต่อการเกิดกระดูกพรุนได้เช่นกัน ถ้าไปโรงพยาบาลหรือคลินิกชั้นนำ อย่าลืมตรวจให้ครบทีเดียวเลยนะ เพื่อสุขภาพที่ดี
การป้องกันกระดูกพรุน
นอกเหนือจากขั้นตอนที่สำคัญอย่างการรีบไปตรวจมวลกระดูกเพื่อรู้สภาพกระดูกของเราก่อนนั้น การป้องกันที่ดีเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเองก่อน เช่น
กระดูกพรุนสามารถก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตมากมาย เพราะเมื่อกระดูกบางขึ้นก็มีโอกาสแตกร้าวไปจนถึงหักได้ง่ายเพียงแค่เจอแรงกระแทกหรือการก้าวเดินที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัว มีความลำบากในการใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้น อาจต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่เสมอ และอาจนำมาซึ่งความกังวลกับความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิต เกิดเป็นปัญหาทางอารมณ์เพิ่มไปอีก ทั้งการรักษาให้กลับมาฟื้นฟูได้ดังเดิมก็เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นการตรวจหาสภาวะกระดูกพรุน จึงเป็นการหาทางป้องกันและวางแผนการรักษาไว้ก่อน
แทบจะเรียกได้ว่าเครื่องตรวจมวลกระดูกได้กลายมาเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ที่จำเป็นไปแล้ว แล้วมันทำงานอย่างไรหล่ะ
การทำงานและการรายงานผลของเครื่องตรวจมวลกระดูก
เครื่องตรวจมวลกระดูก (Bone Densitometer) หรือเครื่อง DMS จะยิงรังสีเอกซ์พลังงานต่ำเพื่อวัดความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งมีกระบวนการทำงานคร่าวๆดังนี้
- การสแกน: เครื่องตรวจมวลกระดูกจะยิงรังสีไปยังบริเวณที่ต้องการตรวจ
- การวิเคราะห์: เครื่องตรวจมวลกระดูกจะทำการวิเคราะห์การดูดซับรังสีของกระดูกและเนื้อเยื่ออื่นๆ ซึ่งจะคำนวนออกมาเป็นค่า T-Score และ Z-Score เพื่อบ่งชี้ความหนาแน่ของมวลกระดูก
- การวินิจฉัย: ผลการวินิจฉัยที่ควรรู้ไว้คร่าวๆก็คือ
โดยกระบวนการตรวจทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ซึ่งบริเวณที่นิยมตรวจที่สุดคือกระดูกแขนส่วนปลาย กระดูกสันหลังส่วนเอว และกระดูกสะโพก ซึ่งมีโอกาสแตกหักมากที่สุด
เด็กก็สามารถวัดด้วยเครื่องตรวจมวลกระดูกได้นะ เพราะในทางการแพทย์ด้านกุมารเวชนั้น เป็นการตรวจเพื่อทราบอายุของกระดูกนั่นเอง
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- งดทานอาหารเสริมแคลเซียมก่อนตรวจ 24 ขั่วโมง
- ไม่สวมเครื่องประดับ
- ทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนมาเข้าตรวจได้ตามปกติ
- หากเคยมีการผ่าตัดใส่โลหะหรือเครื่องกระตุ้นหัวใจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนรวมถึงผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ด้วย
สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มเติม เพราะเครื่องตรวจมวลกระดูกที่ดี ทำได้มากกว่าที่คุณคิด
การวัดความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่องตรวจมวลกระดูก ถือเป็นการตรวจขั้นพื้นฐานที่ถูกต้องตามมาตรฐานการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนขององค์การอนามัยโลก (WHO) แต่เชื่อไหมว่าเครื่องตรวจมวลกระดูกบางเครื่อง สามารถตรวจระบบเมตาบอลิซึม ตรวจมวลกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกินในช่องท้องได้ เพราะปัจจัยเหล่านี้ก็ล้วนส่งผลต่อการเกิดกระดูกพรุนได้เช่นกัน ถ้าไปโรงพยาบาลหรือคลินิกชั้นนำ อย่าลืมตรวจให้ครบทีเดียวเลยนะ เพื่อสุขภาพที่ดี
การป้องกันกระดูกพรุน
นอกเหนือจากขั้นตอนที่สำคัญอย่างการรีบไปตรวจมวลกระดูกเพื่อรู้สภาพกระดูกของเราก่อนนั้น การป้องกันที่ดีเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเองก่อน เช่น
- การหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
- การออกไปรับแดดบ้างเพื่อให้ร่างกายสร้างวิตามินดีขึ้นมา
- การทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม หรือจะเลือกทานเป็นอาหารเสริมแคลเซียมบ้างก็ได้
- ที่สำคัญต้องงดการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์
- งดการดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนบ้างแล้ว

